หญ้าเทียมมีประโยชน์ที่สร้างสรรค์และนำไปใช้ได้มากกว่า

หญ้าเทียมยังคงเป็นของที่ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำ อีกทั้งยังดูสวยงามสะดุดตา ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าเราจะได้เห็นการนำหญ้าเทียม หรือหญ้าสังเคราะห์มาใช้ปูสนามเด็กเล่น หรือใช้เป็นพื้นที่วิ่งเล่นของสุนัข แต่อยากจะบอกว่าหญ้าเทียมมีประโยชน์ที่สร้างสรรค์และคนมักนำไปใช้มากกว่านั้น

1.ตกแต่งภายในงานอีเวนท์ให้สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้งหรือในร่ม การนำหญ้าเทียมหรือหญ้าสังเคราะห์มาใช้ปูพื้นแทนเสื่อ หรือพรมถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ รวมทั้งบางคนอาจใช้เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามที่ตนเองต้องการอีกด้วย

2.ตกแต่งลานบ้าน ดาดฟ้าหรือระเบียง ไม่ว่าคุณจะมีลานขนาดเล็กหรือใหญ่ หญ้าเทียมสามารถสร้างสีสันกลางแจ้งให้กับบ้านของคุณได้เสมอ เพราะนอกจากจะทำให้บ้านมีบรรยากาศที่ร่มรื่นขึ้นแล้ว ยังเปิดโอกาสให้สามารถคุณเดินออกไปนอกบ้านเพื่อสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์เสมือนเป็นสนามหญ้าของจริงได้ด้วย อีกทั้งยังเหมาะจะทำเป็นหลังคาแบบที่สร้างความสดชื่นด้วยสีเขียว หรือจะใช้ปูเป็นดาดฟ้าของบ้านได้เช่นกัน

3.ตกแต่งพื้นที่ภายใน มีสำนักงานจำนวนไม่น้อยที่ใช้หญ้าเทียมปูแทนพื้นที่พรม หรือกระเบื้องเพราะมันทำความสะอาดง่าย ไม่มีกลิ่นและเหมาะสำหรับการสัญจรไปมาภายใน หรืออาจจะนำมาใช้ตกแต่งผนังเพื่อความสวยงาม โดยเฉพาะกับห้องนอนลูกน้อยหรือเด็กๆ เพราะมันจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี

4.ของประดับ หญ้าเทียมอาจถูกนำมาใช้เป็นของประดับตกแต่งเช่นการนำมาจัดวางไว้ที่หน้าประตูแทนต้นไม้ ต้นหญ้าอันร่มรื่น

5.งานออกแบบที่มีสีสัน หญ้าเทียมสามารถทำให้มีได้หลากหลายสีสัน โดยจะออกแบบเป็นตัวอักษรต่างๆ รวมไปถึงจับคู่หญ้าเทียมกับวัสดุประเภทอื่นๆ ในการจัดสวนก็ยังได้ เช่นใช้หญ้าเทียมกับหิน หรือกระเบื้อง รวมถึงน้ำ

คุณสมบัติของกล้อง CCTV แตกต่างกันอย่างไร

กล้อง CCTV ทั่วไปมีมากมายหลายชนิด แตกต่างกันไปตามการใช้งาน ก่อนที่เราจะเลือกกล้องให้เหมาะกับการใช้งานของเรา มาทำความรู้จักชนิดของกล้องต่างๆ กันก่อนดีกว่าว่ามีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร

กล้องมาตรฐาน (Regular Camera) หรือบางครั้งเรียก “Box Camera” อันเนื่องมาจากตัวกล้องมีรูปร่างคล้ายกล่องนั่นเอง กล้องชนิดนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีแสงสว่างตลอดเวลา หากต้องการนำกล้องชนิดนี้ไปติดตั้งภายนอกตากแดดตากฝน จะต้องติดตั้งกล้องภายใน Housing (กล่องกันน้ำเข้ากล้อง) จุดเด่นของกล้องชนิดนี้คือสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ (ราคากล้องส่วนใหญ่ไม่ได้รวมราคาเลนส์เข้าไปด้วย) และบางรุ่นอาจมีไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงในตัว จึงสามารถใช้งานได้หลายหลายตามชนิดของเลนส์ที่ใส่เข้าไป อาทิเช่น เลนส์สำหรับส่องป้ายทะเบียน (Auto Iris Lens) สำหรับข้อเสียของกล้องชนิดนี้คือ ไม่สามารถมองเห็นในเวลากลางคืน หรือสถานที่ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ

กล้องโดม (Dome Camera) มีรูปร่างเล็กกระทัดรัด รูปลักษณ์ครึ่งวงกลมคล้ายโดม ส่วนใหญ่นิยมติดภายในอาคาร กล้องชนิดนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสวยงามเมื่อติดตั้งแล้วดู เรียบร้อยไม่สะดุดตา จุดเด่นของกล้องชนิดนี้คือตัวกล้องสามารถป้องกันการโยนผ้าปิดหน้ากล้องได้ เป็นอย่างดี (อันเนื่องมาจากรูปลักษณ์โค้งมนครึ่งวงกลมของตัวกล้องนั่นเอง) และยังสมามารถหมุนปรับมุมกล้องได้รอบตัว ตลอด 360 องศา กล้องชนิดนี้มีทั้งแบบ กลางวัน (Day) และแบบทั้งกลางวันและกลางคืน (Day/Night, Infrared Camera สามารถดูภาพได้แม้ในยามไม่มีแสง หากแต่เมื่อยามกล้องปรับเข้าโหมดกลางคืนแล้วจะมองเห็นภาพเป็นขาวดำ) เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคาร ด้วยรูปลักษณ์ที่ออกแบบให้แลดูไม่ขัดตา จึงสามารถติดตั้งในห้องทำงาน บ้านอยู่อาศัย ห้องรับแขก ฯลฯ ได้อย่างลงตัวดูสวยงามเข้าได้กับทุกห้อง เหมาะสำหรับติดตั้งใต้ฝ้า สำหรับข้อเสียของกล้องชนิดนี้คือไม่กันน้ำ จึงเหมาะสำหรับติดตั้งภายในเท่านั้น (บางแบรนด์กล้องชนิดนี้สามารถกันน้ำได้ IP66 จึงสามารถติดตั้งภายนอกอาคารได้)

กล้องกระบอก (Bullet Camera) หรือกล้องภายนอก รูปทรงดูแข็งแรง สามารถติดตั้งภายนอกได้โดยตรง ด้วยคุณสมบัติ กันน้ำ,กันฝุ่น จึงทำให้สามารถติดตั้งได้ในทุกที่ เช่น ในโรงงาน หน้าบ้าน บริเวณถนน ฯลฯ กล้องชนิดนี้สามารถดูภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (Day/Night) จุดเด่นของกล้องชนิดนี้คือกันน้ำ กันฝน ทนความร้อน และสามารถดูภาพได้แม้ในยามไม่มีแสง หากแต่เมื่อยามกล้องปรับเข้าโหมดกลางคืนแล้วจะมองเห็นภาพเป็นขาวดำซึ่งเป็นคุณสมบัติทั่วไปของระบบ Infrared กล้องชนิดนี้บางรุ่นสามารถมองเห็นในที่มืดได้ไกลถึง 50 เมตร (ตามระยะของ Infrared) ซึ่งปัจจุบันกล้องชนิดนี้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากคุณสมบัติอันสุดยอดของมัน สามารถกันน้าได้โดยที่ไม่ต้องใส่ Housing (กล่องกันน้ำเข้าตัวกล้อง) ทำให้ประหยัดต้นทุนในการติดตั้ง

กล้องสปีดโดม (PTZ Camera, Speed Dome Camera) เป็นกล้องอัจฉริยะรุ่นหนึ่่ง ที่สามารถหมุน (PAN) ได้รอบตัว 360 องศา ก้มเงย (Tilt) ได้ 90 องศา และยังซูมภาพ (Optical Zoom) ได้อีกด้วย สามารถบังคับได้โดยใช้อุปกรณ์เสริม (Controller) จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือสามารถล็อกเป้าหมายแล้วหมุนกล้องตามเป้าหมายนั้น โดยอัตฺโนมัติหรือที่เรียกกันว่า Auto Tracking นั่นเอง กล้องชนิดนี้นิยมใช้ในองกรค์ใหญ่ๆ โรงงานต่างๆ สถานีรถไฟฟ้าทั่วไป ห้างซุปเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ เช่น Big-C, Lotus เป็นต้น ราคากล้อง CCTV ค่อนข้างสูง มีทั้งแบบใช้ภายใน และภายนอกอาคาร